สตรีวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน
มักประสบกับปัญหากระดูกพรุนอันเป็นเหตุให้กระดูกหักง่าย
สาเหตุสำคัญเนื่องมาจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน
ทำให้มีอัตราการเสื่อมสลายของกระดูกเพิ่มขึ้น
ซึ่งรวมทั้งสตรีที่ถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้กระดูกพรุนเร็วขึ้น
ได้แก่
# กรรมพันธุ์
# ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
# รับประทานอาหารที่ขาดแคลเซียม
# สูบบุหรี่จัด
# ดื่มสุราจัด
# ดื่มกาแฟจัด
# การใช้ยาบางอย่างมากเกินไปและใช้อย่างต่อเนื่อง
เช่น
          - ยาชุดที่มีสเตียรอยด์
          - ยากันชัก
          - เตตราไซคลีน
          - ยารักษาโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
# เป็นโรคที่ทำให้เสียความสมดุลของแคลเซียม
เช่น
          - ไตวายเรื้อรัง
          - เบาหวาน
          - ต่อมไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ
          - ท้องเสียเรื้อรัง
          - อัมพาต
ในระยะแรก ๆ อาการกระดูกพรุน
จะไม่ปรากฎอาการใด ๆ ให้เห็นโดยสภาวะเสื่อมที่เกิดขึ้นในกระดูกของสตรีจะค่อยเป็นค่อยไป
ตั้งแต่ช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป ความแข็งแกร่งของกระดูกลดลง
โดยเราไม่รู้ตัว ตราบจนกระทั่งเข้าใกล้วัย
60 ปี จะเกิดอาการที่พบบ่อย คือ อาการปวดที่เกิดขึ้นตามอวัยวะต่าง
ๆ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นกระดูกกล้ามเนื้อ
ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด ไม่คล่องแคล่ว
เช่น
# ปวดเกร็งก้านคอ
# ปวดหลังเรื้อรัง
# ปวดเกร็งที่ขาและเท้าเวลานอน
# ไหล่งุ้มกว่าปกติ
# ความสูงของร่างกายลดลง
# กระดูกหักง่ายกว่าปกติ
เพียงล้มเบา ๆ โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ข้อแขน หรือข้อมือ
การป้องกันโรคกระดูกพรุน
หรือชะลอการสลายเนื้อกระดูกในสตรีทำได้โดยการเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงตั้งแต่วัยสาว
คือก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีการสร้างและสะสมเนื้อกระดูกมากกว่าการทำลาย
เพราะหลัง 30 ปีแล้ว โอกาสสร้างเนื้อกระดูกเพิ่มทำได้โดยยาก
ทำได้ก็แต่เพียงป้องกันไม่ให้กระดูกถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น
การเสริมสร้างและบำรุงรักษากระดูกทำได้โดย
1. การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิคที่ต้องมีการใช้ออกซิเจนจำนวนมาก
และใช้สม่ำเสมอต่อเนื่องกัน นานอย่างน้อย
20 - 30 นาที สัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้ง และ การออกกำลังกายควรเป็นรูปแบบที่มีการลงน้ำหนัก
( weight - bearing exercise ) เพื่อช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเนื้อกระดูก
เช่น การเดินไกล ๆ รำมวยจีน ถีบจักรยาน กระโดดเชือก
เต้นรำ เต้นแอโรบิค และว่ายน้ำ เป็นต้น
2. การรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการครบทั้ง
5 หมู่ และสตรีวัยทอง ควร รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง
เพื่อช่วยลดการสูญเสียเนื้อกระดูกลงได้
เช่น นมสด นมเปรี้ยว โยเกริ์ต นมผง ถั่วเหลือง เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย
กุ้งแห้ง งาดำ งาขาว และผักใบเขียวทุกชนิด
3. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง
ๆ ได้แก่ บุหรี่ สุรา กาแฟ การซื้อยาชุดรับประทาน
4. ให้ร่างกายได้รับแสงแดดอ่อน
ๆ ในช่วงเวลาเช้าหรือเย็นทุกวัน อย่างน้อยวันละ
10 - 15 นาที เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดีที่ช่วยกระดูกดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น
5. การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทน
เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน ซึ่งแพทย์จะเป็น
ผู้พิจารณาตามความเหมาะสมของสตรีแต่ละราย
ดังนั้น สตรีวัยทองนอกจากจะยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจที่เกิดขึ้น
ภายหลังหมดประจำเดือนแล้ว การรู้จักศึกษาหาความรู้ในการดูแลเอาใจใส่สุขภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพแห่งวัยแล้วเพียงเท่านี้ท่านก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในวัยนี้อย่างเป็นwbr
ที่มา : ดารุณี
ภูษณสุวรรณศรี ฝ่ายอบรมอนามัยในบ้าน สำนักงานกลางสภากาชาดไทย