
ปัจจุบันคนไทยนิยมกินอาหารรสจัดและใช้เครื่องปรุงรสกันมาก
เมื่อเทียบกับอาหารการกินของชาติอื่น
ๆ เครื่องปรุงรส ทำให้อาหารอร่อย มีรสชาติ
เกิดความพึงพอใจต่อผู้บริโภค แต่ถ้ากินอาหารที่มีรสจัดมากจนเกินไป
จนเป็นนิสัยจะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้
รสอาหารที่มักเป็นปัญหา และก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายมาก
คืดรสหวานจัดและเค็มจัด
รสหวานเป็นรสที่คนทั่วไปชอบ
แม้อาหารคาวก็ยังมีการเติมรสหวานทั้ง
ๆ ที่มีโอกาสที่ได้รับรสหวานจากผลไม้และขนมหวานอื่น
ๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายชนิด อาหารที่กินประจำวันไม่ว่าจะเป็นกับข้าวหรือขนมก็ก็ใส่น้ำตาล
เพื่อเพิ่มรสให้อาหารอยู่แล้ว และยังมีน้ำตาลแฝงมากับอาหารฟุ่มเฟือยอื่น
ๆ ที่ไม่ให้ประโยชน์อะไรแก่ร่างกายด้วย
คือ น้ำหวาน น้ำอัดลม ลูกอม ลูกกวาด ท๊อฟฟี่ เยลลี่
น้ำเชื่อม ตลอดจนการใช้น้ำตาลเติมน้ำชา
กาแฟ โอวัลติน ทำให้ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น
นอกเหนือจากพลังงานที่ได้จากอาหารในแต่ละมื้อ
การได้รับความหวานจากอาหารในแต่ละมื้อ
การได้รับความหวานจากอาหารดังกล่าว อีกก็จะได้รับพลังงานเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
ในเด็กหากกินรสหวานมากจะทำให้ความอยากอาหารลดลง
เบื่ออาหาร ถ้าได้รับน้ำตาลจากท๊อฟฟี่ ลูกกวาด
เยลลี่ จะทำให้ฟันผุเร็วขึ้น ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการกินน้ำตาลอย่าให้พร่ำเพรื่อ
ควรจำกัดพลังงานที่ได้จากน้ำตาลในแต่ละวันอย่างมากสุดไม่เกิน
ร้อยละ ๑๐ ของพลังงานที่ได้รับจากอาหารทั้งหมดและไม่ควรกินน้ำตาลเกินวันละ
๔๐ - ๕๕ กรัม หรือมากกว่า ๔ ช้อนโต๊ะต่อวัน เพราะพลังงานที่ได้จากน้ำตาลส่วนเกิน
จะไปเก็บสะะสมไว้ในร่างกาย หากได้รับเป็น